สเปอร์สดวลแมนยูเกมแรก?ส่อง11ตัวจริงทั้ง2ทีมมาเต็มแน่

สื่อผู้ดีตื่นเต้น พรีเมียร์ลีก ใกล้รีสตาร์ท เชื่อ สเปอร์ส ดวล แมนฯ ยูไนเต็ด เกมแรก แถมกางผังรายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมให้ดูกันแล้วด้วย

    พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังไม่ได้มีประกาศยืนยันออกมาอย่างเป็นทางการว่า จะเริ่มกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้งในวันไหน หลังจากรัฐบาลแดนผู้ดี เปิดไฟเขียวให้กลับมาเล่นได้ในเดือนมิถุนายนนี้

    อย่างไรก็ตาม สื่ออังกฤษ รายงานว่า สถานีโทรทัศน์เริ่มวางคิวถ่ายทอดสดกันแล้ว และคาดว่า เกมแรกจะเป็น ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันศุกร์ที่ 12 มิ.ย.นี้

    เกมนี้จะมีความสำคัญต่อทั้งสองทีมที่ต้องการคว้าโควตาไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปในฤดูกาลหน้า โดยก่อนที่ลีกจะระงับไปนั้น สเปอร์ส รั้งอันดับ 8 ของตารางมี 41 คะแนน ส่วน "ปีศาจแดง" อยู่ที่ 5 มี 45 คะแนน

    หากเกมเตะวันที่ 12 มิ.ย. ก็เชื่อว่า บรรดาผู้เล่นสำคัญที่บาดเจ็บก่อนหน้านี้จะกลับมาฟิตสมบูรณ์แล้ว ทั้ง แฮร์รี่ เคน ดาวยิง "ไก่เดือยทอง", มาร์คัส แรชฟอร์ด และ ปอล ป็อกบา สองดาวดัง แมนฯ ยูไนเต็ด

    ส่วนรายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมในเกมนี้ ทาง เดอะ ซัน สื่ออังกฤษ คาดว่าจะมีหน้าตาออกมาดังนี้

สเปอร์ส

    ผู้รักษาประตู: อูโก้ โยริส
    กองหลัง: ยาเฟต ทันกันก้า, ดาวินซอน ซานเชซ, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ตองเก้น
    กองกลาง: เดเล่ อัลลี่, มุสซ่า ซิสโซโก้, แฮร์รี่ วิงค์ส
    กองหน้า: ลูกัส มูร่า, แฮร์รี่ เคน, ซน ฮึง-มิน

 

แมนฯ ยูไนเต็ด

    ผู้รักษาประตู: ดาบิด เด เคอา
    กองหลัง: อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์
    กองกลาง: ปอล ป็อกบา, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, บรูโน่ แฟร์นันด์ส
    กองหน้า: แดเนียล เจมส์, มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ มาร์กซิยาล

สโคลส์ตอบชัดประเด็นคนเทียบตนกับเจอร์ราร์ด-แลมพาร์ด



หลังจากที่ผ่านมาคนชอบเปรียบเทียบกันบ่อยๆ ว่าใครเก่งกว่ากัน ระหว่าง พอล สโคลส์, สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ล่าสุด สโคลส์ ก็บอกว่าอีก 2 คนเก่งกว่าตน อย่างรายของ แลมพาร์ด ก็เข้าขั้นเป็นมิดฟิลด์จอมทำประตูที่เก่งที่สุดของอังกฤษ ส่วน เจอร์ราร์ด มีจุดเด่นในหลายๆ ด้าน

    พอล สโคลส์ ตำนานกองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตยอดมิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล กับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด อดีตกองกลางคนดังของ เชลซี เป็นนักเตะที่เก่งกว่าตน

    สโคลส์, เจอร์ราร์ด และ แลมพาร์ด มักจะโดนเอามาเปรียบเทียบกันอยู่บ่อยๆ หลังจากทั้ง 3 คนต่างก็เล่นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน, มีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม, เป็นกำลังสำคัญของทีมชาติอังกฤษ รวมถึงประสบความสำเร็จกับต้นสังกัดของพวกเขาด้วย

   ตอนไปออกรายการพ็อดแคสต์ของ ร็อบบี้ ซาเวจ อดีตกองกลางพันธุ์ดุ ซึ่งเคยอยู่ในอะคาเดมี่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เช่นเดียวกับเขานั้น สโคลส์ โดนถามถึงเรื่องที่ว่าระหว่างเขา, เจอร์ราร์ด กับ แลมพาร์ด ใครเป็นคนที่เก่งกว่ากัน และเจ้าตัวก็ตอบว่า "แน่นอนว่า สตีวี่ จี กับ แฟร้งค์ เก่งกว่าฉัน แต่เอาตามตรงนะ ฉันเบื่อกับการได้ยินเรื่องเหล่านี้เต็มทีแล้ว มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย ทุกคนสามารถมีความเห็นของตัวเองได้ทั้งนั้น ทั้งคู่ต่างก็เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม แต่ก็มีสไตล์ที่แตกต่างกัน"

    "แฟร้งค์ เล่นในตำแหน่งนั้นได้ดีมากๆ เขาอยู่กับทีมที่ช่วยทำให้เขาสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่เขาต้องการ (โคล้ด) มาเกเลเล่ ช่วยทำให้เขาสามารถทำเรื่องต่างๆ ได้ตามสบาย เขาอาจจะเป็นกองกลางจอมทำประตูที่เก่งที่สุดตลอดกาล (ของอังกฤษ) ด้วยซ้ำ ขณะที่ สตีเว่น สามารถทำทุกอย่างในสนามได้ เขาเร็ว, แข็งแกร่ง, มีร่างกายที่แข็งแกร่ง, สามารถทำประตูได้ และช่วยสร้างโอกาสทำประตูได้เช่นกัน เกมรับอาจจะไม่ใช่หนึ่งในจุดเด่นของเขา แต่ฉันคิดว่าเราทั้ง 3 คนก็เล่นเกมรับกันได้ไม่ดีเท่าไหร่พอๆ กันอยู่แล้ว"

ผ่าตัดแมนยู! เกิดอะไรขึ้นบ้างกับ 20 แข้งโซลชาโละพ้นทีม

หลังจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาคุม แมนฯยูไนเต็ด แบบถาวรเมื่อปีที่แล้ว เขาต้องการเปลี่ยนแปลงทีมให้กลับมาเป็น "ปีศาจแดง" ที่เขารู้จัก ดังนั้นจึงต้องมีการโละนักเตะออกจากทีม ซึ่งมีนักเตะถึง 20 รายเลยทีเดียว บางคนหมดสัญญาในซัมเมอร์ที่ผ่านมา บางคนเป็นส่วนเกินจึงถูกโละจากทีม เรามาดูกันว่าแต่ละคนเป็นอย่างไรกันบ้างหลังเดินออกจากรั้วโอลด์ แทรฟฟอร์ด

1.อันเดร์ เอร์เรร่า (ออกจากทีม 30 มิถุนายน 2019)

    เซ็นสัญญาเข้ามา “ปีศาจแดง” ด้วยค่าตัว 29 ล้านปอนด์ในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล ปี 2014 และมิดฟิลด์ชาวสเปน ออกจากทีมไปอยู่กับ เปแอสเช เนื่องจากหมดสัญญา แต่ เอร์เรร่า ไม่สามารถยึดตัวจริงในทัพของ โธมัส ทูเคิ่ล หลังออกสตาร์ทแค่ 6 นัดในลีกเอิง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอาการบาดเจ็บแฮมสตริงของเขาด้วย

2.เจมส์ วิลสัน (ออกจากทีม 30 มิถุนายน 2019)

    เด็กปั้นจากอคาเดมี่ “ผีแดง” ที่โดนปล่อยยืมให้กับ ไบรท์ตัน (2015-16), เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (2016) และ อเบอร์ดีน (2018-19) ก่อนจะโดนขายขาดให้ทีมหลังสุด  อย่างไรก็ตามหลังจากไม่สามารถยิงประตูได้เขาก็ย้ายออกไปอยู่ ซัลฟอร์ด ซิตี้ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยกองหน้าวัย 24 ปีเปิดตัวในลีกทูด้วยการยิง 2 ประตูในนัดพ่าย พลีมัธ 3-2 แต่ยังยิงประตูเพิ่มไม่ได้จนกระทั่งลีกหยุดการแข่งขัน

3.อันโตนิโอ วาเลนเซีย (ออกจากทีม 30 มิถุนายน 2019)

    เข้ามาร่วมทัพ “ผีแดง” ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์จากวีแกน และอยู่กับแมนฯยูไนเต็ดนานถึง 10 ปีพร้อมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย วาเลนเซีย ออกจากทีมกลับไปค้าแข้งที่บ้านเกิดประเทศเอกวาดอร์กับทีม แอลดียู กีโต้

 

อันโตนิโอ วาเลนเซีย

4.รีแกน พูล (ออกจากทีม 30 มิถุนายน 2019)

    ย้ายจาก นิวพอร์ต เคาน์ตี้ มาอยู่แมนฯยูไนเต็ดในปี 2015 เคยถูกปล่อยยืมตัวไป นอร์ธแฮมป์ตัน (2017-18) และนิวพอร์ต เคาน์ตี้ (2019) ก่อนถูกปล่อยตัวมาอยู่ เอ็มเค ดอนส์ โดยลงเล่น 19 นัด ทีมอยู่ในอันดับที่ 18 ของตาราง   

5.คัลลัม วีแลน (ออกจากทีม 30 มิถุนายน 2019)

    หลังจากไม่ประสบความสำเร็จในการยืมตัวไป พอร์ต เวล เมื่อปี 2019 มิดฟิลด์วัย 21 ปีก็ถูกปล่อยตัว และเซ็นสัญญากับ วัตฟอร์ด 1 ปี อย่างไรก็ตามเขายังไม่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเลย และ 2 นัดที่ลงเล่นมาจาก เอฟเอ คัพ   

6.โธมัส แซง (ออกจากทีม 30 มิถุนายน 2019)

    อีกหนึ่งนักเตะที่ขยับขึ้นมาชุดใหญ่ไม่ได้และถูกปล่อยตัว จนกระทั้งในตลาดมกราคมเขาเซ็นสัญญากับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และลงประเดิมสนามในเกมพ่ายดวลจุดโทษต่อ เรดดิ้ง ในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแต่ยังไม่ได้ลงสนามในลีกแชมเปี้ยนชิพ

7.แซ็ค เดิร์นลี่ย์ (ออกจากทีม 30 มิถุนายน 2019)   

    เคยโชว์ฟอร์มน่าประทับใจจนถูกจับตรมองในทีมชุดยู-23 แต่ก็ไม่สามารถขึ้นชุดใหญ่ได้ จนหมดสัญญาในซัมเมอร์และ นิล มิลล์ ก็คว้าตัวไป ทว่าช่วงมกราคมเข้าย้ายกลับไป โอลด์แฮม หลังจากเคยถูกยืมตัวมาแล้วครั้งหนึ่งสมัยอยู่กับผีแดง อดีตปีกปีศาจแดงยิง 4 ประตูจาก 8 นัดที่ลงเล่นในลีกทู

 

แซ็ค เดิร์นลี่ย์

8.ดีเจ บุฟฟอนจ์ (ออกจากทีม 30 มิถุนายน 2019)

    เป็นนักเตะในชุดเยาวชนของแมนฯยูไนเต็ด ออกไปเซ็นสัญญากับ สเปเซีย ในเซเรีย บีหลังจากไปทดสอบฝีเท้ากับ ดาร์บี้ และโบลตัน ต่อมามิดฟิลด์วัย 21 ปีถูกส่งไปยืมตัว เปย์กูเลตเตเซ่ ในเซเรีย ซี ช่วงตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา

9.ไทเรลล์ วอร์เรน (ออกจากทีม 30 มิถุนายน 2019)

    มีช่วงหนึ่งเคยถูกพิจารณาว่าจะเป็นกองหลังที่เฉิดฉายในทัพผีแดงแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นจริง วอร์เรน ล้มเหลวในการทดสอบฝีเท้ากับ โบลตัน แต่ยังได้เซ็นสัญญากับ ซัลฟอร์ด ซิตี้ และถูกยืมตัวไป แรดคลิฟฟ์ ในเดือนตุลาคม

10.แม็ตตี้ วิลล็อค (ออกจากทีม 30 มิถุนายน 2019)

    เคยถูก หลุยส์ ฟาน กัล ดันขึ้นมาชุดใหญ่ชั่วครูหนึ่งในฤดูกาล 2016/17 เขาเป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ถูกใช้งานในพรีเมียร์ลีก 2 นัด แต่นั่นคือโอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดแล้วของมิดฟิลด์รายนี้ หลังจากโดนปล่อยยืมตัวใน 2 ปีสุดท้ายกับ “ผีแดง” เขาก็ออกจากทีมไป จิลลิงแฮม พร้อมลงเล่น 7 นัดในลีกวัน

 

แม็ตตี้ วิลล็อค

11.แม็คธิว โอโลซุนเด (ออกจากทีม 30 มิถุนายน 2019)

    มาจาก นิวยอร์ค เร้ด บูลส์ ในปี 2016 เคยร่วมเดินทางทีมชุดใหญ่ของ โซลชา ในปลายฤดูกาล 2018/19 แต่ก็ไม่ได้รับโอกาส และถูกปล่อยตัวในซัมเมอร์ เขาเซ็นสัญญากับ ร็อตเธอร์แฮม และยึดตัวจริงโดยลงเล่น 32 นัดในฤดูกาลนี้

12.คัลลัม กริบบิน (ออกจากทีม 30 มิถุนายน 2019)

    เป็นแข้งดาวรุ่งที่น่าจับตามองแต่อาการบาดเจ็บทำให้ชะลอพัฒนาการของ กริบบิน แต่เขาได้รับโอกาสจากทีมพรีเมียร์ลีกอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แม้เจ้าตัวไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่เลย แต่มิดฟิลด์ตัวรุกวัย 21 ปียังมีเวลาอีกมากในการพิสูจน์ตัวเอง

13.มิลเลน บาร์ส (ออกจากทีม 30 มิถุนายน 2019)

    เด็กปั้นจากอาแจ็กซ์ เข้ามาร่วมทีมผีแดงในปี 2017 แต่สุดท้ายก็เป็นหนึ่งในคนที่ถูกปล่อยตัวช่วงซัมเมอร์ แถมเป็นนักเตะฟรีเอเจ้นท์อยู่หลายเดือน ก่อนจะเซ็นสัญญาก 2 ปีกับ อัลค์มาร์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์

14.จอช โบฮุย (ออกจากทีม 30 มิถุนายน 2019)

    หลังจากอยู่ในอคาเดมี่ของ เบรนท์ฟอร์ด และแมนฯยูไนเต็ด เขาก็ถูกปล่อยตัวแตัวในปี 2019 แม้ทีม เร้ด อาร์มี่ จะยืนสัญญาใหม่ให้ก็ตาม เขาตัดสินใจลองค้าแข้งที่ เนเธอแลนด์ กับทีมเอ็นเอซี เบรด้า

 

จอช โบฮุย

15.เจมส์ ธอมป์สัน (ออกจากทีม 30 มิถุนายน 2019)

    เป็นผู้รักษาประตูคนเดียวในลิสต์ที่ถูกลป่อยตัว ธอมป์สัน ลงเล่นให้กับทีมชุดยู-18 ของปีศาจแดงแต่ยังเป็นฟรีเอเจ้นท์นับตั้งแต่ปล่อยตัวเดือน มิ.ย.

16.นิชาน บูร์คาร์ต (ออกจากทีม 27 กรกฎาคม 2019)

    มาจากเอฟซี ซูริคในปี 2014 และลงเล่น 6 นัดในชุดยู-23 ก่อนจะย้ายไปร่วมทัพ ไฟร์บวร์ก และลงเล่นในทีมชุดสำรองที่นั่น

17.โรเมลู ลูกากู (ออกจากทีม 8 สิงหาคม 2019)

    อดีตกองหน้าผีแดงออกมาเผยว่าเจ้าตัวกลายเป็นแพะรับบาปในยุคของ มูรินโญ่ และฟอร์มดิ่งเหวนับแต่นั้นมาเลยทำให้ตัดสินใจย้ายออกจากทีมไปอยู่ อินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัวที่เชื่อกันว่าอยู่ที่ 75 ล้านปอนด์ ตอนนี้เขากลับมาเฉิดฉายอีกครั้งด้วยการยิง 23 ประตูและทำ 5 แอสซิสต์ในทุกรายการ

 

โรเมลู ลูกากู

18.ลี โอคอนเนอร์ (ออกจากทีม 2 กันยายน 2019)

    เป็นเด็กปั้นจาก วอเตอร์ฟอร์ด ย้ายอยู่ในทีมชุดเยาวชนของปีศาจแดงเมื่อปี 2016 ก่อนถูกปล่อยตัวและไปเซ็นสัญญากับ เซลติก 4 ปี ก่อนจะถูกปล่อยเก็บประสบการณ์กับทีม พาร์ทิค ธิสเซิ่ล

19.มัตเตโอ ดาร์เมียน (ออกจากทีม 2 กันยายน 2019)

    ย้ายจาก โตริโน่ สู่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อปี 2015 ด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์ และลงสนามให้สโมสรไป 92 นัด ทำได้ 1 ประตู แต่ฟูลแบ็กทีมชาติอิตาลีไม่ได้ยึดตัวจริงที่ปีศาจแดงแบบถาวรพร้อมกับถูกขายให้ ปาร์ม่า ด้วยราคาแค่ 1.4 ล้านปอนด์ โดยฤดูกาลนี้เขายึดตัวจริงพลาดเกมลีกแค่ 2 นัดทำ 1 แอสซิสต์

20.แอชลีย์ ยัง (ออกจากทีม 17 มกราคม 2020)

    อดีตกัปตันทีม "ผีแดง" อยู่กับทีมมานานถึง 8 ปีครึ่ง และลงเล่นฤดูกาลนี้ไปทั้งหมด 18 เกมจากทุกรายการก่อนถูกขายให้กับ อินเตอร์ มิลาน ในราคาเพียงแค่ 1.5 ล้านยูโร ตอนนี้เจ้าตัวทำไป 2 ประตู 2 แอสซิสต์ในทุกรายการ

เสือใต้ออกโรง! 5 ประเด็นฮอตก่อนจ่าฝูงบาเยิร์นบุกฟัดอูนิโอน

หลังทีมลุ้นแชมป์บุนเดสลีกาอย่าง ดอร์ทมุนด์, ไลป์ซิก และกลัดบัค ลงสนามกันไปแล้ว มาถึงคิวของจ่าฝูงอย่าง "เสือใต้" คัมแบ็กกลับมาลงสนามกันบ้างโดยคืนนี้พวกเขาจะต้องบุกไปเยือนทีม อูนิโอน เบอร์ลิน ซึ่งมีผลงานในบ้านไม่ธรรมดาทีเดียว บาเยิร์น มิวนิค จะทำแต้มหนีห่างผู้ตามได้หรือไม่ต้องติดตาม แต่ก่อนแมตช์จะเริ่มเรามาดูประเด็นร้อนที่น่าสนใจกันเลย

1.แข้งบาดเจ็บเตรียมคัมแบ็ก

 

        สิ่งเดียวที่เป็นข้อดีของการหยุดการแข่งขันคือบาเยิร์นจะได้นักเตะที่บาดเจ็บก่อนหน้านี้กลับมาฟิตอีกครั้ง พวกเขามีนักเตะบาดเจ็บอยู่บางส่วนเมื่อเดือนที่แล้ว แต่นักเตะสำคัญบางคนพ้อมสำหรับเกมคืนนี้

        ตอนแรก “เสือใต้” คงปวดหัวทีเดียวหลัง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวซัลโวของทีมมีปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่าข้างซ้ายในนัดที่บุกไปถล่ม เชลซี 3-0 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้เขาต้องพักนาน 4 สัปดาห์ ขณะที่ เปริซิช ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสัญญายืมตัวจาก อินเตอร์ มิลาน พักแข้งมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ก.พ. เพราะเจ็บข้อเท้า อย่างไรก็ตามทั้งสองมีโอกาสจะลงเล่นในคืนนี้

    อย่างไรก็ตามยังมีนักเตะที่ยังกลับมาไม่ได้เช่น นิคลาส ซือเล่ และลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ ที่ต้องเรียกความฟิตหลังจากบาดเจ็บ ขณะที่ โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ และฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ยังคงบาดเจ็บอยู่

2.เสือใต้รักษาฟอร์ม?

 

        ก่อนเบรคการแข่งขัน บาเยิร์น มิวนิค  ถือว่าฟอร์มฮอตมากทีเดียวเนื่องจากพวกเขาชนะ 10 ขาก 11 หลังสุดในบุนเดสลีกา พูดง่ายๆว่า “เสือใต้” ยังไม่แพ้ใครเลยมาตั้งแต่เปิดปี 2020 ขณะที่ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกก็ทำผลงานสวยหรูด้วยการบุกยำ เชลซี 3-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก

        แต่อย่างที่เรารู้กันว่าบุนเดสฯหยุดการแข่งขันมานาน จึงเป็นคำถามว่าพวกเขาจะรักษาฟอร์มต่อเนื่องได้หรือไม่ซึ่งมันรวมถึงสภาพความฟิตของนักเตะหลังจากไม่ได้ลงแข่งขันอย่างสม่ำเสมอด้วย หากวันนี้เขาคว้าชันชนะได้จะถือเป็นการเรียกขวัญกำลังใจกลับมาและมันจะเป็นประโยชน์กับ 8 ในนัดที่เหลือของฤดูกาล

3.นัดแรกเฉือนหืด

 

        คืนนี้จะเป็นการเจอกันเพียงครั้งที่สองในลีกของทั้งสองทีมเนื่องจากอูนิโอน เบอร์ลินเลื่อนชั้นมาลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก สำหรับนัดแรกที่เจอกันที่ อลิอันซ์ อารีน่า เมื่อเดือนตุลาคมปรากฎว่า บาเยิร์น เฉือนชนะ 2-1

        โดยประตูแรก เบนฌาแม็ง ปาวาร์ ซัดวอลเลย์สุดสวยให้ทีมขึ้นนำก่อน เลวานดอฟสกี้ จะกดประตูที่สอง พร้อมทำสถิติเป็นผู้เล่นบุนเดสลีกาคนแรกที่ยิงประตูได้ทุกนัดใน 9 เกมแรกของฤดูกาล

        ความจริงทีมเยือนเกือบตีไข่แตกหลังได้จุดโทษแต่ เซบาสเตียน อันเดอร์สสัน ยิงจุดโทษไปติดเซฟของ มานูเอล นอยเออร์ อย่างไรก็ตามท้ายเกม อูนิโอน เบอร์ลิน มายิงอีกหนึ่งจุดโทษและคราวนี้ เซบาสเตียน โพลเตอร์ สังหารไม่พลาด แต่สุดท้ายไล่ไม่ทันทำให้พ่ายแพ้ไปและชัยชนะครั้งนั้นช่วยให้ “เสือใต้” ขยับขึ้นจ่าฝูง ซึ่งตอนนั้นกุนซือ นิโก้ โควัช ยังคุมทีมอยู่

4.บทพิสูจน์ของฟลิค

 

        คืนนี้จะเป็นนัดแรกที่ ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค คุม บาเยิร์น มิวนิค หลังเซ็นสัญญาถาวร ในตอนที่เจ้าตัวมากุนซือขัดตาทัพแทนที่ของ นิโก้ โควัช เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เขาช่วยให้ทีมทำผลงานได้ดีขึ้นผิดหูผิดตาโดยมีสถิติที่สุดยอดด้วยการคว้าชัย 18 จาก 21 เกม(เสมอ 1 แพ้ 2) แถม กระหน่ำคู่แข่งไปถึง 67 ลูก เฉลี่ยตกเกมละ 3.19 ลูกเลยทีเดียว

        แมตช์เปิดตัวของเขาคือศึก "แดร์ คลาสซิเคอร์" กับคู่ปรับตัวฉกาจอย่าง ดอร์ทมุนด์ ซึ่งสุดท้าย “เสือใต้” ถล่มเละเทะถึง 4-0 นอกจากนี้เขายังสร้างบารมีด้วยการพาทีมบุกชนะ สเปอร์ส และ เชลซี ใน ชปล. อีกด้วย ไม่แปลกใจที่บอดร์ดบริหารจะแต่งตั้งเขาคุมทัพถาวร แต่ต้องมาดูกันว่าเขาจะยืนระยะและคว้าแชมป์ในซีซั่นนี้ได้หรือไม่

5.เยือนถิ่นนี้ต้องระวัง!

 

        มาพูดถึงฝั่งน้องใหม่ อูนิโอน เบอร์ลิน กันบ้าง พวกเขาทำผลงานเซรอ์ไพรส์ในฤดูกาลนี้พอสมควร โดยอยู่ในอันดับที่ 12 ของตาราง หลังโดน แฮร์ธ่า เบอร์ลิน คว้าชัยชนะเหนือ ฮอฟเฟ่นไฮม์ เมื่อวานนี้แซงขึ้นมาที่ 11 ของตาราง พวกเขามีแต้มห่างจากโซนเพลย์ออฟตกชั้นถึง 8 แต้มกับ 9 เกมที่เหลือซึ่งหากเก็บแต้มได้เรื่อยๆก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับการอยู่รอดในฤดูกาลนี้

        แม้ว่า 5 นัดหลังสุดในลีกพวกเขาทำผลงานไม่คงเส้นคงวาเท่าไหร่หลังชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 แต่ลูกทีมของ อูร์ส ฟิชเชอร์ มีผลงานในบ้านไม่ธรรมดาทีเดียวโดยคว้าชัยในลีก 5 จาก 8 เกมหลังสุดที่เล่นในถิ่นตัวเองแถมใน 5 นัดนั้นเก็บคลีนชีททั้งหมดด้วย แสดงให้เห็นว่าคืนนี้ไม่ใช่งานง่ายของ “เสือใต้” แน่นอน มารอดูกันว่าเจ้าบ้านจะทำเซอร์ไพรส์ทีมเยือนได้หรือไม่

อดีตโค้ชอียิปต์เผยซาลาห์ได้รับการติดต่อจากเรอัลมาดริดจริง

ฮานี่ย์ แรมซี่ย์ อดีตสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติอียิปต์เผว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เคยได้รับการติดต่อจาก เรอัล มาดริด เมื่อปี 2018 จริง หลังตอนนั้นเจ้าตัวนำ ลิเวอร์พูล ทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกแชมเปี้ยนส ลีก และผลงานส่วนตัวในซีซั่นนั้นยอดเยี่ยมเอามาก ๆ

    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าของ ลิเวอร์พูล ระเบิดฟอร์มสุดยอดในฤดูกาล 2017/18 โดยซัดประตูในพรีเมียร์ลีก 32 ประตูและแอสซิสต์ได้อีก 10 ครั้ง แต่เจ้าตัวต้องมาอกหักในนัดชิงดำศึกถ้วยใหญ่ยุโรป เมื่อพ่ายต่อ เรอัล มาดริด 1-3 พร้อมกับได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่หลังโดน เซร์คิโอ รามอส เหนี่ยวล้มลงจนเล่นต่อไม่ไหว

    อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับบาดเจ็บแต่ ซาลาห์ ก็ยังมีชื่อติดทีมชาติอียิปต์ ชุดลุยฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย และทำประตูได้ 2 ลูกแต่ชาติบ้านเกิดแพ้รวดทุกนัดและกระเด็นตกรอบแบ่งกลุ่มแบบไร้แต้มกลับบ้าน

    ล่าสุด ฮานี่ย์ แรมซี่ย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสตาฟฟ์โค้ชของทีมชาติอียิปต์ ออกมาเผยตนเคยพูดคุยกับ ซาลาห์ ในเรื่องที่ว่า เรอัล มาดริด ติดต่อเข้ามาเพื่อดึงตัวไปร่วมทัพ ระหว่างช่วงเข้าแคมป์เก็บตัวที่ สวิตเซอร์แลนด์ โดยทาง แรมซี่ย์ เผยกับ OnTimes Sports ช่องโทรทัศน์ของอียิปต์ ว่าทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยกันจริง "ผมเคยได้คุยกับ ซาลาห์ และเขาก็บอกผมว่า เรอัล มาดริด ยื่นข้อเสนอมาให้เขา"

    "ข้อเสนอนั้นยอดเยี่ยมเอามาก ๆ แต่ ซาลาห์ เข้ามาพูดคุยกับผม และ คุณคูเปร์(กุนซือทีมชาติอียิปต์ในตอนนั้น) ซึ่งเขาก็ตัดสินใจจะอยู่กับ ลิเวอร์พูล เพราะเขาพึงพอใจที่ได้อยู่ที่นี่"

    นอกจากนี้ แรมซี่ย์ ยังเผยว่า ซาลาห์ เป็นคนที่มีความพยายามเอามาก ๆ และมีเป้าหมายที่อยากจะแก้ตัวหลังในศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ ทัพมัมมี่ กระเด็นตกรอบ 16 ทีมเมื่อปีที่แล้ว "ซาลาห์ เป็นคนที่ทะเยอทะยาน เขาบอกกับพวกเราว่าต้องการจะคว้าแชมป์ แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ 3 ครั้งติด ให้ได้เหมือนที่ อียิปต์ เคยทำได้ติดต่อกัน เมื่อปี 2006, 2008, 2010"

แฟนพรีเมียร์ลีกเฮลั่น!รัฐบาลอังกฤษเปิดไฟเขียวฟุตบอลกลับมาเตะ มิ.ย.



คอลูกหนังอังกฤษได้ยิ้มกว้าง เพราะล่าสุดรัฐบาลคอนเฟิร์มแล้ว เกมฟุตบอลสามารถกลับมาแข่งขันได้ต่อตั้งแต่เดือนมิถุนายน ซึ่งตอนนี้เหลือแค่การตัดสินใจของทาง พรีเมียร์ลีก เท่านั้น

    โอลิเวอร์ ดาวเด้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล, วัฒนธรรม, สื่อ และการกีฬา ยืนยันว่า ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และลีกล่างต่างๆ ประจำฤดูกาล 2019/20 สามารถกลับมาแข่งขันต่อได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน เป็นต้นไป

    ทั้งนี้ ดาวเด้น พูดในระหว่างการประชุมกับ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ), พรีเมียร์ลีก และ ฟุตบอลลีก อังกฤษ เกี่ยวกับแผนการที่จะกลับมาแข่งขันฟุตบอลอีกครั้ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยที่ทาง พรีเมียร์ลีก มีคิวประชุมใหญ่อีกครั้งในวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคมนี้ เพื่อสรุป "โปรเจ็กต์ รีสตาร์ท" และคาดว่าน่าจะกลับมาฟาดแข้งกันต่อได้ในวันที่ 12 มิถุนายน โดยเป็นการแข่งแบบสนามปิด 

    "เราทุกคนต่างเห็นด้วยที่จะให้เป็นไปตามนั้น ถ้าหากปลอดภัย เรื่องสุขภาพ และสวิสดิภาพของตัวผู้เล่น, โค้ช และสต๊าฟฟ์ทุกคน ต้องมาก่อน ตอนนี้มันก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานของฟุตบอลแล้ว ที่จะตอบตกลงและสรุปรายละเอียดต่างๆ ตามแผนที่วางเอาไว้ ซึ่งมันเป็นผลดีโดยรวมต่อทั้งแฟนบอล, วงการฟุตบอล และประเทศชาติ ทางรัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ต่างพร้อมที่จะให้คำแนะนำและสนับสนุนเกมฟุตบอลต่อไปเรื่อยๆ" ดาวเด้น ระบุ

    นอกจากนี้ ดาวเด้น ยังเน้นย้ำว่า ควรจะให้แฟนบอลได้รับชมการถ่ายทอดสดที่บ้านอย่างทั่วถึง และตรวจสอบให้แน่ใจว่า การกลับมาแข่งขันใหม่จะไม่ส่งผลกระทบต่อด้านการเงินในวงกว้าง

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เปิดใจถึงความรู้สึกที่มีให้ ลิโอเนล เมสซี่



คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดแข้งโปรตุกีส เปิดใจถึง ลิโอเนล เมสซี่ ว่าเป็นคู่แข่งที่ยอดเยี่ยมเสมอมา และมีส่วนเป็นอย่างมากที่ช่วยกระตุ้นให้เขายังคงมีความกระหายในความสำเร็จอยู่ พร้อมกับอวยพรขอให้แข้งอาร์เจนไตน์ยังคงค้าแข้งได้อีกนาน จากรายงานของ sportbible.com เมื่อ 15 พฤษภาคม 2563

        สำหรับนักฟุตบอลในยุคนี้คงจะไม่มีใครเหนือไปกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ อีกแล้ว เพราะทั้งสองคนต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมแบบไม่มีตก มาตลอดกว่า 17 ปีบนถนนสายลูกหนัง โดยเฉพาะตอนที่ โรนัลโด้ ยังคงเล่นให้ เรอัล มาดริด ใน ลา ลีกา สเปน ทั้งคู่ต่างเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อเป็นอย่างมาก

        คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เปิดใจว่า "แน่นอน ผมอยากให้ เลโอ ยังคงได้ลงเล่นฟุตบอลไปอีกนานแสนนาน ผมจำได้เขาเคยบอกว่าไม่ค่อยโอเคเท่าไรนักตอนที่ผมย้ายออกมาจาก เรอัล มาดริด เพราะผมคือคู่แข่งตัวฉกาจของเขา และเขายังชื่นชมผมมากอีกด้วย"

        "เราคือคู่แข่งที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ในวงการฟุตบอล เช่นเดียวกับ ไมเคิล จอร์แดน ที่มีคู่แข่งมากมายใน NBA ไอร์ตัน เซนน่า กับ อแล็ง พร็อสต์ ก็เป็นคู่แข่งที่ยอดเยี่ยมในวงการรถแข่ง"

        "แต่สำหรับผมแล้ว เลโอ คือคู่แข่งที่เจ๋งเป้งสุด ๆ เช่นกัน เพราะว่ามีเขาอยู่ เลยทำให้ผมยังไม่เคยรู้สึกหมดความกระหายในเกมฟุตบอลลงเลย"

        ทั้งนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงเล่นฟุตบอลในระดับสูงมาอย่างยาวนานกว่า 17 ปี ลงสนามไปทั้งหมด 838 นัด ยิงได้ 626 ประตู ส่วน เลโอ เมสซี่ ลงเล่นไป 718 นัด ทำได้ 627 ประตู

บาเยิร์นเต็มสูบ! “เลวานดอฟสกี้-มุลเลอร์” กระสันซัดอูนิโอน รีสตาร์ทบุนเดสลีกา PPTV ยิงสด

เมื่อสถานการณ์การแพร่เชื้อ "โควิด-19" เบาบางลงลีกสูงสุดเมืองเบียร์กลับมาโม่แข้งกันอีกครั้ง…"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค จ่าฝูงเตรียมจัดหนักโดยมี  โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กับ โธมัส มุลเลอร์ นำปิดสกอร์ เกมบุกเยือน อูนิโอน เบอร์ลิน ในศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน วันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 และ FOX SPORTS 2 (เวลา : 23.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน
วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2563
อูนิโอน เบอร์ลิน   –   บาเยิร์น มิวนิค
ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 และ FOX SPORTS 2 (เวลา : 23.00 น.)

สนาม :  สตาดิโอน อัน แดร์ อัลเท่น ฟอร์สเตราย

สภาพทีมโดยทั่วไป

อูนิโอน เบอร์ลิน

    อูนิโอน เบอร์ลิน ของเทรนเนอร์ อูร์ส ฟิสเชอร์ ภาพรวมฟอร์มในลีกกระเตื้องขึ้น โดยสภาพทีมนอกจากยังหมดสิทธิ์ใช้งาน มานูเอล ชมีเดบัค  (ฟื้นฟูความฟิต),  อกากี โกเกีย (กล้ามเนื้อ) และ โยชัว มีส์ (ต้นขา) แล้ว จะขาด มาร์วิน ฟรีดริช ที่ติดโทษแบนหลังสะสมใบเหลิองครบโควตา

    ภายใต้ระบบ 3-4-3  แผงหลังส่ง  โฟลเรียน ฮึบเนอร์ ลงประสานงานกับ เนเว่น ซูโบติช และ  เควิน ชเลิทเทอร์เบ็ค แนวรุกใช้ มาร์คุส อิงวาร์ทสัน, เซบาสเตียน อันเดอร์สสัน และ มาริอุส บึทเลอร์ คอยเข้าทำประตู

บาเยิร์น มิวนิค

    ฝั่ง บาเยิร์น มิวนิค ภายใต้การคุมทีมของ ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค ที่เพิ่งได้รับการต่อสัญญาคุมทีมยาว สภาพทีมยังชวดใช้งาน, นิคลาส ซือเล่ (เข่า) กับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (ข้อเท้า) ทั้งคู่  แต่จะได้  คิงส์เล่ย์ โกมัน กับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ฟิตกลับคืนทีม

    ภายใต้ระบบ 4-2-3-1 ทั้ง เลวานดอฟสกี้ กับ โกมัน จะคืนตัวจริงทันที  คู่เซนเตอร์แบ็กวาง เยโรม บัวเต็ง จับคู่  ดาวิด อลาบา แดนกลางมี  โยชัว คิมมิช รับหน้าที่คุมเกมร่วมกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า  และให้ , แซร์ช นาบรี , โธมัส มุลเลอร์ กับ โกมัน คอยปั้นเกม หน้าเป้าจัด เลวานดอฟสกี้ ล่าตาข่าย

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

     อูนิโอน เบอร์ลิน (3-4-3) : ราฟาล กีคีวิชซ์ –  เนเว่น ซูโบติช, เควิน ชเลิทเทอร์เบ็ค, โฟลเรียน ฮึบเนอร์ – คริสโตเฟอร์ ทริมเมิ่ล, โรเบิร์ต อันดริช, คริสเตียน เกนท์เนอร์, คริสโตเฟอร์ เลนซ์  – มาร์คุส อิงวาร์ทสัน,  เซบาสเตียน อันเดอร์สสัน, มาริอุส บึทเลอร์
     เทรนเนอร์ : อูร์ส ฟิชเชอร์

     บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) :  มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์,  เยโรม บัวเต็ง , ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส  -โยชัว คิมมิช, ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์ช นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, คิงส์เล่ย์ โกมัน – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

    เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค

“แมนยูฯ” ผงาดเต็งคว้าสตาร์พรีเมียร์ลีก-นักเตะส่งสัญญาณมีใจ

“ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าว กลายเป็นทีมเต็งที่จะได้ตัวสตาร์ดังของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาร่วมทีม ด้านตัวนักเตะเองก็ส่งสัญญาณเหมือนว่ามีใจให้

วันที่ 9 พ.ค. 63 เบตแฟร์ บริษัทรับพนันถูกกฎหมายในประเทศอังกฤษ ออกราคาทีมเต็งที่จะได้ตัว แจ็ค กรีลิช กองกลางสารพัดประโยชน์ของ “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา ทีมโซนหนีตายแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ผลปรากฏว่าเต็ง 1 คือ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีอัตราต่อรองอยู่ที่ 4/6 (แทง 6 จ่าย 4 ไม่รวมทุน) ตามมาด้วยเต็ง 2 ได้แก่ ทอตแนม ฮอทสเปอร์ กับ เชลซี มีอัตราต่อรองอยู่ที่ 10/1 (แทง 1 จ่าย 10 ไม่รวมทุน)

ทั้งนี้ แจ็ค กรีลิช วัย 24 ปี ก็ได้ทำเอาแฟนบอลปิศาจแดงในโลกโซเชียลฮือฮาไปตามๆ กัน เมื่อเขาไปกดไลค์โพสต์ในอินสตาแกรมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โพสต์ย้อนถึงนัดเปิดฤดูกาลที่เอาชนะ "สิงโตน้ำเงิน" เชลซี ไป 4-0 อีกด้วย

สำหรับ กรีลิช ถือเป็นนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของแอสตัน วิลลา ซัดไปแล้ว 7 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 26 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่งทั้ง กองกลางตัวรุก, ปีกซ้าย และ ปีกขวา โดยปัจจุบันเขามีค่าตัวอยู่ที่ 70 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,794 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามถ้าสุดท้าย แอสตัน วิลลา ตกชั้น ค่าตัว้ขาอาจลงมาเหลือ 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,996 ล้านบาท) เท่านั้น

ครบทุกช่องทาง! เจาะลึกรายรับแข้งพันล้าน ‘ลิโอเนล เมสซี’



จอมทัพบาร์เซโลนา เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีรายได้มากสุดในโลก เขาได้รับค่าเหนื่อยเท่าไหร่และรายได้จากช่องทางไหนบ้าง เรารวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว

ฤดูกาล 2018-19 คือครั้งแรกที่ ลิโอเนล เมสซี ได้รับบทบาทกัปตันทีม บาร์เซโลนา แบบเต็มตัว หลังการอำลาทีมของ อันเดรส อิเนียสต้า

จอมทัพชาวอาร์เจนตินากลายเป็นนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยมากสุดของ ลาลีก้า ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 หลังตกลงขยายสัญญากับ บาร์เซโลนา ไปจนถึงปี 2021

แต่มูลค่าทีแท้จริงของ เมสซี คือเท่าไหร่ในตอนนี้? มันยากที่จะบอกตัวเลขที่แน่นอน แต่เรารวบรวมข้อมูลมากมายจากที่มีการเปิดเผย และลองมาเทียบกันว่าระหว่างเขากับ คริสเตียโน โรนัลโด้ ใครมีรายได้มากกว่ากัน 

เมสซี มีมูลค่าเท่าไหร่?
ค่าตัวของ เมสซี อยู่ที่ราว 309 ล้านปอนด์ ในปี 2020 ตัวเลขเหล่านี้มากจากการประเมิน แม้ว่ายังมีธุรกิจและรายได้อีกมากที่คาดว่าไม่ได้รับการเปิดเผย

นิตยสาร Forbes จัดอันดับให้ เมสซี หนึ่งในของนักกีฬาและนักแสดงที่มีรายได้มากที่สุดในปี 2019 รายรับของเขาอยู่ที่ 127 ล้านยูโร และอันดับสี่จากผลรวม และเป็นอันดับหนึ่งของนักฟุตบอล มีรายได้มากกว่า โรนัลโด้ 18 ล้านยูโร และ มากกว่า เนย์มาร์ 22 ล้านยูโร ในรายชื่อของนักกีฬา

ด้วยค่าเหนื่อยที่เขาได้รับล่าสุดในสัญญากับ บาร์เซโลนา จะทำให้เขากลายเป็นนักกีฬาที่มีรายได้มากที่สุดในโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าแน่นอน

ค่าเหนื่อยของ เมสซี เท่าไหร่?

มีรายงานว่าสัญญาล่าสุดของ เมสซี ได้รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 500,000 ต่อสัปดาห์ โดยก่อนหน้านี้ค่าเหนื่อยของเขาอยู่ที่ 336,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

มีการพูดกันว่า เมสซี ต้องขอบคุณ เนย์มาร์ ทีมีส่วนในเรื่องนี้ เพราะการย้ายไป ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ของดาวยิงชาวบราซิลไม่เพียงทำให้บาร์ซาได้เงินมหาศาล ยังมีผลกับค่าเหนื่อยของดาวเตะอาร์เจนไตน์ด้วย

ก่อนหน้านั้น โจเซป มาเรีย บาร์โตมิว ประธานสโมสรบาร์ซา ยืนยันว่าเรื่องค่าเหนื่อยของ เมสซี ได้มีการตกลงกันแล้วแม้จะยังไม่มีการเซ็นสัญญา และยอมรับว่าจำนวนเงินสูงกว่าที่ได้รับคำแนะนำจากยูฟ่า

"ลาลีกา และ ยูฟ่า ให้คำแนะนำกับเรา แต่ไม่มีใครกำหนดเรื่องจำนวนเงิน เราจ่ายให้ เมสซี มากกว่าที่ได้รับคำแนะนำ แต่ที่สำคัญคือเรายืนยันว่าจ่ายได้"

สัญญาสปอนเซอร์ของ เมสซี มีอะไรบ้าง?

เช่นเดียวกับ โรนัลโด้, สัญญาสปอนเซอร์ของ เมสซี นั้นมากเกินกว่าที่จะเปิดเผยอย่างครบถ้วน แต่ที่สำคัญสุดก็คือรองเท้าสตั๊ดของเขา ซึ่งยังเป็นการต่อสู้อย่างเข้มข้นนอกสนามของ อาดิดาส (เมสซี) และ ไนกี้ (โรนัลโด้)

โรนัลโด้ เซ็นสัญญาระยะยาวกับไนกี้เมื่อปี 2016 และมีข่าวลือว่าเป็นสัญญาตลอดชีพเหมือนกับ เลบรอน เจมส์ นักบาสเก็ตบอลชื่อดัง ที่อาจมีมูลค่ามากถึง 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเมสซีก็ทำแบบเดียวกันกับ อาดิดาส ในเงื่อนไขสัญญาที่ไม่เปิดเผย แต่สื่อสเปนเชื่อว่าอย่างน้อยก็จนกว่าจะแขวนสตั๊ด

เมสซี ยังเซ็นสัญญากับสปอนเซอร์รายสำคัญอื่นๆทั้ง เป็ปซี, ยิลเล็ตต์ และ เตอร์กิช แอร์ไลน์ อีกด้วย

เมสซี มีธุรกิจอะไรบ้าง?
ภาพลักษณ์ของ เมสซี คือนักฟุตบอลที่ให้ความสำคัญกับการเล่นฟุตบอล ทำให้ไม่ค่อยมีข่าวเรื่องความฟุ่มเฟื่อยบ่อยนัก และดูเหมือนเขาไม่ค่อยสนใจเรื่องทำแบรนด์ของตัวเองมากนัก

ขณะที่ โรนัลโด้ มีแบรนด์ชุดชั้นในชาย, รองเท้า และน้ำหอมเป็นของตัวเอง เมสซี กลับเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มากกว่า โดยเขานำเงินไปลงทุนในโครงการหมู่บ้านที่โรซาริโอประเทศอาร์เจนตินา รวมถึงอพาร์ทเมนท์ใจกลางเมืองด้วย

แน่นอนว่าอสังหาริมทรัพย์ของเมสซีมีมากกว่านั้น แต่เขาเก็บข้อมูลไว้เป็นส่วนตัว 

เมสซี ทำงานการกุศลอะไรบ้าง?
นอกจากการทำธุรกิจแล้ว เมสซี ก็ให้ความสำคัญกับกิจกรรมการกุศลเช่นกัน เขามีมูลนิธิของตัวเองชื่อ Leo Messi Foundation ซึ่งจัดตั้งขึ้นตอนที่แต่งงานกับ อันโตเนลลา รอคคูซโซ

ความคิดริเริ่มที่ทำมูลนิธินี้คือ เมสซี มองถึงปัญหาสุขภาพของเด็กทั่วโลก และเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตของยูนิเซฟในปี 2004 หลังจากช่วยงานมาตั้งแต่ปี 2004

มีคนติดตามทาง โซเชียลมีเดีย มากแค่ไหน?
เมสซี มีแฟนเพจ Facebook และ Instagram ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ไม่ใช่กับ Twitter กับบัญชี ‘Team Messi’ ที่สร้างโดยสปอนเซอร์ของเขาอย่าง อาดิดาส

อย่างไรก็ตามเขายังตามหลัง โรนัลโด้ ด้านยอดผู้ติดตามทางโซเชียลมิเดีย โดยเมสซีอยู่อันดับสองเพจ Facebook นักกีฬาที่มีคนติดตามมากที่สุดที่ 90 ล้านคน ขณะที่อยู่อันดับสามบุคคลชายที่มีผู้ติดตามมากสุดบน Instagram (142 ล้านคน) รองจาก คริสเตียโน โรนัลโด้ และ ดไวท์ จอห์นสัน นักแสดงชื่อดัง